ผู้สูงอายุจะมีภูมิคุ้มกันโรคลดลง จริงหรือไม่?

สูงอายุ ใครว่าไม่ต้องฉีดวัคซีนผู้สูงอายุจะมีภูมิคุ้มกันโรคลดลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย การให้วัคซีนในผู้สูงอายุจึงเป็นการป้องกันการติดเชื้อก่อโรคสำคัญๆ ช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และลดการเสียชีวิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์เนื่องจากสายพันธุ์ของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงทุกปี ดังนั้นจึงควรฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี ช่วยลดการเกิดโรคในผู้สูงอายุ ซึ่งหากเป็นแล้วจะมีอาการรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าคนทั่วไป อาจทำให้ระบบการหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ประกอบไปด้วย ชนิด A 2 สายพันธุ์ และ ชนิด B 2 สายพันธุ์ วัคซีนสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ และมีประสิทธิภาพสูงถึง 90% ในการป้องกันไข้หวัดใหญ่ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ในวัคซีนที่ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาดในขณะนั้น นอกจากมีความปลอดภัยสูงแล้วยังช่วยลดโอกาสการป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ (รวมทั้งลดการเกิดหูชั้นกลางอักเสบในทารกและเด็กได้อีกด้วย) หลังฉีดวัคซีนอาจมีไข้ต่ำๆ ไม่รุนแรง 1-2 วัน และมักหายได้เองวัคซีนป้องกันบาดทะยัก คอตีบ ไอกรนในผู้สูงอายุ ภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน ที่ได้รับมาในวัยเด็กจะลดลง จึงควรได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้น เพื่อช่วยลดความเจ็บป่วยและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษา หากถูกของมีคมสกปรกทิ่มแทง รวมทั้งยังช่วยป้องกันโรคคอตีบและไอกรน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่คลุกคลีกับลูกหลานที่เป็นเด็ก มีความเสี่ยงในการติดโรคเหล่านี้จากเด็กหรือเอาโรคเหล่านี้ไปติดเด็กๆ ได้หากภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ ผู้สูงอายุที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนแนะนำให้ฉีดวัคซีนรวมบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน (Tdap) 1 เข็ม จากนั้นฉีดกระตุ้นด้วยวัคซีน บาดทะยัก-คอตีบ (Td) ทุก 10 ปี วัคซีนนี้ยังสามารถฉีดได้ในผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 19 ปีขึ้นไป เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้นวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมแบบรุนแรงผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคปอดบวมรุนแรงหรือเชื้อนิวโมคอคัส (Streptococcal pneumonia) และมีความเสี่ยงที่เชื้อนี้จะลุกลามเข้ากระแสเลือด หรือขึ้นสมองเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ วัคซีนป้องกันเชื้อปอดบวมนิวโมคอคคัสรุนแรงสามารถครอบคลุมโรคได้ประมาณ 68-78 % ที่ใช้กันแพร่หลายในประเทศไทย มี 2 ชนิด ได้แก่1.วัคซีนนิวโมคอคคัสแบบคอนจูเกต (Prevnar 13) มีหลายประเภท วัคซีนที่แนะนำให้ใช้คือ ประเภท 13 สายพันธุ์2.วัคซีนนิวโมคอคคัสแบบโพลีแซคคาไรด์ (PPSV23) วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดการเกิดโรคงูสวัดเพิ่มขึ้นมากอย่างชัดเจนในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ภาวะแทรกซ้อนจากโรคที่สำคัญคือ อาการปวด แสบร้อนตามผิวหนัง อาจเกิดแผลที่กระจกตา ตาอักเสบ ผู้สูงอายุมักจะมีอาการรุนแรง มีผื่นลามไปหลายตำแหน่ง หรืออาจมีการติดเชื้อขึ้นสมอง และยังมีอาการนานกว่าคนอายุน้อย จึงควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและอาการแทรกซ้อนดังกล่าวปัจจุบันมีการใช้วัคซีนป้องกันงูสวัดในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง แนะนำให้ฉีด 1 เข็ม จากการศึกษาในผู้สูงอายุที่ได้รับวัคซีนพบว่าสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ 51.3 % ในช่วง 3 ปีหลังได้รับวัคซีนที่มาข้อมูล : https://www.samitivejhospitals.com/th/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8/  

Shopping cart