อาการหูตึงในผู้สูงอายุ

หูตึง ในผู้สูงอายุสาเหตุของอาการหูตึงในผู้สูงอายุเกิดจากเส้นประสาทหูและเซลล์ขนในหูชั้นในเสื่อมลงตามอายุ โดยเซลล์ขนส่วนฐานของคอเคลีย  (cochlea) จะเริ่มเสื่อมก่อน ส่งผลให้เมื่ออายุมากขึ้นจะไม่ได้ยินช่วงเสียงแหลมความถี่สูง  จากนั้นความเสื่อมจะค่อยๆ ลามไปถึงช่วงความถี่กลางซึ่งเป็นระดับของเสียงพูด จึงทำให้ผู้สูงอายุเริ่มฟังไม่ชัดเจน  โดยเริ่มแสดงอาการเมื่ออายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป   นอกจากนี้โรคเรื้อรังและการรับประทานยาบางชนิดอาจเป็นปัจจัยให้ประสาทหูเสื่อมเร็วขึ้น เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ในบางกรณีหากปล่อยทิ้งไว้ภาวะหูตึงอาจเพิ่มขึ้นจนถึงขั้นหูตึงขั้นรุนแรง การวินิจฉัยอาการหูตึงในผู้สูงอายุพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ด้วยการพูดคุยซักประวัติ ดูลักษณะอาการและภาวะการได้ยินเบื้องต้นตรวจหูอย่างละเอียด ตั้งแต่หูชั้นนอก หูชั้นใน แก้วหู  บางกรณีอาจมีการตรวจระบบประสาท และเส้นประสาทสมองร่วมด้วยการตรวจพิเศษต่าง ๆ เช่น การตรวจการได้ยิน (Audiogram) เพื่อประเมินระดับการสูญเสียการได้ยินเมื่อไหร่ผู้สูงอายุจึงควรตรวจการได้ยินมักขอให้คู่สนทนาพูดซ้ำหลายๆครั้งดูโทรทัศน์เสียงดังกว่าปกติได้ยินไม่ชัด บางคำหายไป ได้ยินไม่ครบทั้งประโยคมีเสียงดังในหูพูดเสียงดังกว่าปกติการป้องกันและชะลออาการหูตึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสเสียงดังไม่ใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหู ยกเว้นยาที่แพทย์สั่งเท่านั้นถ้าหากรู้สึกเจ็บหูหรือมีของเหลวไหลออกจากหู ให้ปรึกษาแพทย์ทันทีทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกาย เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ เช่น ความดัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินได้การสื่อสารกับผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยินพูดด้านหน้าของผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินไม่สวมหน้ากากอนามัย หรืออื่นๆ ที่ทำให้ผู้ฟังมองไม่เห็นรูปปากพูดเป็นประโยคสั้น กระชับพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน แต่ไม่จำเป็นต้องตะโกนควรพูดขณะที่มีเสียงรบกวนรอบข้างน้อยที่สุด เช่น เสียงโทรทัศน์การรักษาอาการหูตึงเนื่องจากปัจจุบันไม่มียารักษาภาวะเสื่อมตามวัยของระบบประสาทหู ดังนั้นในกรณีที่อาการหูตึงในผู้สูงอายุมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์อาจพิจารณาให้ใส่เครื่องช่วยฟัง (hearing aids) ซึ่งช่วยทำหน้าที่เสมือนเครื่องขยายเสียงให้ดังขึ้น โดยใส่ไว้ในช่องหู  สามารถถอดเก็บได้ ในกรณีหูตึงขั้นรุนแรงหรือหูหนวก  แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาโดยการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม (Cochlear implant) ในกระดูกก้นหอยที่อยู่ในบริเวณหูชั้นในหากเพิ่งเริ่มมีอาการหูตึงจากประสาทหูเสื่อมตามวัย ผู้สูงอายุควรระวังและดูแลไม่ให้ประสาทหูเสื่อมมากขึ้น ด้วยการพบแพทย์สม่ำเสมอเพื่อตรวจเช็คระดับการได้ยิน นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงเสียงดัง และพยายามควบคุมโรคเรื้อรังที่เป็นปัจจัยเสี่ยง รวมถึงไม่ควรซื้อยาหยอดหูมาใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์  ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอและทำจิตใจให้แจ่มใสที่มาข้อมูล : https://www.samitivejhospitals.com/th/%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%B6%E0%B8%87/

Shopping cart