10 เมษายน 2561

ธุรกิจอาหารผู้สูง อายุในไต้หวัน...ยังไปได้อีกไกล

ไต้หวันนับเป็นตลาดส่งออกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เพราะแม้จะมี ประชากรเพียง 23 ล้านคน แต่ชาวไต้หวันมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงถึง 20,139 ดอลลาร์สหรัฐและมีสัส่วนค่าใช้จ่ายในการบริโภคอาหารและเครื่องมือ สูงถึง ร้อยละ 22 ของรายได้ทั้งหมด ทั้งน้ี ชาวไต้หวันชอบรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นอย่างมาก จนได้รับการกล่าวขานว่าการรับประทานอาหารนอกบ้านถือ เป็นหน่ึงในวัฒนธรรมการ บริโภคอาหารของชาวไต้หวันอย่างไรก็ตาม การที่ไต้หวันมีผลผลิตสินค้าเกษตรและ อาหารอย่างจำกัดและเน้นการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยเป็นสำคัญทำให้แต่ละปีไต้หวัน จําเป็นต้องพึ่งพาการนําเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจํานวนมาก ทั้งน้ี การนําเข้าสินค้าเกษตรและอาหารของไต้หวัน ในปี 2554 มี มลู ค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรฐั มีแหล่งนำเข้าที่สำคัญคือ สหรัฐฯ (ร้อยละ 34 ของมลู ค่านําเข้าสินค้า อาหารทั้งหมดของ ไต้หวัน ) บราซิล (ร้อ ยละ10) ออสเตรเลยี (ร้อยละ 8) และไทย (ร้อยละ 6)

ตลาดอาหารในไต้หวันเติบโตทั้งจากผู้บริโภคในประเทศและนักท่องเที่ยว

Taiwan’s Ministry of Economic Affairs (MOEA) รายงานว่า ยอดจำหน่ายของ ธุรกิจร้านอาหารในไต้หวันปี 2554 มีมลู ค่า 12.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 จาก ปีก่อนหน้า เนื่องจากชาวไต้หวัน นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน และนิยมลองชิม อาหารแปลกใหมอ่ อยู่เสมอ จนทำให้ประเทศไต้หวัน มีร้านอาหารหลากหลายมากมาย ทั้งอาหารจีน บาร์บิคิว แบบญี่ปุ่น ชาบู อาหารไทย และอาหารตะวันตก นอกจากน้ี ยังมีปัจจัย สนับสนุนให้มูลค่าธุรกิจร้านอาหารในไต้หวัน ขยายตัวอีกหลายประการ อาทิ รายได้ ผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ขนาดของครอบครัวที่เล็กลง จํานวนผู้หญิงทํางานนอกบ้าน มากขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทั้ง น้ี นักท่องเที่ยวต่างชาตทิ เดินทางมาเที่ยว ไต้หวันมีค่าใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่ม ประมาณ 11% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือสามารถสร้างรายได้มากกว่า 1 พัน ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ธุรกิจ ร้านอาหารในไต้หวัน

แนวโน้มตลาดอาหารไต้หวัน ... อาหารเพื่อผู้สูง อายุมาแรง

ไต้หวันเป็นประเทศทที่มีอัตตราเด็กเกิดใหม่ต่ำที่สุดในโลก ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 65 ปี) กลับมีจํานวนเพิ่มข้ึนอย่างรวดเร็ว ทั้งน้ี จากสถิติของ กระทรวงมหาดไทยของไต้หวัน พบว่า ในปี 2553 ไต้หวัน มีประชากรสูงอายุ 2.48 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10.7 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และประมาณการว่า ในปี 2563 หรือ อีก 8 ปีข้างหน้า สัดส่วนผู้สูง อายุจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 16.3 ก่อนจะเพิ่ม เป็นร้อยละ 41.6 ในปี 2603 นอกจากน้ี ในกลุ่มผู้สูง อายุดังกล่าว สัดส่วนของผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 80 ปียังเพิ่มขนาดตามไปด้วย คือ เพิ่มจากร้อยละ 24.4 ในปี 2553 เป็นร้อยละ 44 ในปี 2603

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างชัดเจนในไต้หวันทําให้หลายฝ่าย รวมถึง หน่วยงานข้อมลู ด้านการตลาด เช่น Euromonitor เห็นตรงกันว่าความต้องการ สินค้าสําหรับทารกและเด็ก อาทิ ของเล่น เกมส์ เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงสินค้าอาหาร สำหรับเด็กในไต้หวันแนวโน้มชะลอลงอย่างชัดเจน สวนทางกับสินค้า สำหรับผู้สูง อายุ ที่จะกลายเป็นสินค้า ดาวรุ่งแทน และคาดว่าเกือบทุกธุรกิจ จะหนักมาเกาะกระแสจับลูกค้ากลุ่มผู้สูงวัย มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้สูง อายุมากหรือน้อยเพียงใด อาทิ การให้บริการออกแบบบ้านสำหรับ ผู้สูงวัย โดยเฉพาะ เพื่อให้สะดวกกับการมองเห็นของผู้สูงอายุท่ีมักมีปัญหาด้านสายตา ในด้านของอุตสาหกรรมอาหาร การขยายตวั ของกลุ่มผู้สูงอายุถือเป็นโอกาสอันดี สําหรับผู้ประกอบการอาหารท่ีจะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายท่ีชัดเจนเพิ่มขึ้นอีกกลุ่มหน่ึง ทั้ง อาหารที่จำเป็นสำหรับ ชีวิตประจําวัน และอาหารที่สอดคล้องกับความต้องการตามวัย เช่นอาหารที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพเป็นต้น


ในอนาคตผู้สูง อายุของไต้หวัน จะมีลักษณะเป็นผู้สูง อายุที่มีการศึกษาค่อนข้างดี และรู้จักดูแลเอาใจใส่ตัวเองมากขึ้นรวมถึง ใส่ใจมากขึ้นในการเลือกรับประทานอาหารท่ี มีสารอาหารเหมาะสมกับวัยและสุขภาพของตนเอง การเสนอสินค้าอาหารให้กับ ผู้บริโภคกลุ่มน้ีจึงควรพิจารณาคุณสมบตัขิองสินค้าอย่างละเอียดกล่าวคือ

เพราะมีความเช่ือว่าเมื่อจ่ายเงินประกันสุขภาพให้แก่รัฐบาลไปแล้วก็ควรจะไปพบแพทยเ์พื่อให้คุ้มกับเงินประกันที่เสียไปทำให้สถานที่ดูแลผู้สูงอายุและโรงพยาบาลเป็นช่องทางหน่ึงที่น่าสนใจอย่างมากในการประชาสัมพันธ์หรือจำหน่ายสินค้าอาหารสำหรับผู้สูงอายุ นอกจากน้ีการที่ไต้หวันเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางด้านการแพทย์สูงทําให้มีชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวจีน นิยมเดินทางมารับบริการทางการแพทยท์ ที่ไต้หวัน จึงอาจเป็นโอกาสท่ีสินค้าอาหารสําหรับผู้สูงวัยซึ่งวางจําหน่ายหรือ ประชาสัมพันธ์ในโรงพยาบาลในไต้หวัน จะเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นผ่านผู้สูงอายุชาวจีน และประเทศอื่น ๆ ที่เดินทางมารักษาสุภาพที่ไต้หวัน

ปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะวางจำหน่ายไม่มากทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักสินค้าการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภควรรู้จักสินค้าผ่านช่องทาง ต่างๆ จึงเป็นสิ่งสําคัญอย่างยิ่ง ทั้งน้ีผู้ประกอบการอาจใช้สถานท่ีดูแลผู้สูงอายุและ โรงพยาบาล ร้านค้าปลีก ร้านขายยา เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักกันโดยการแจกตัวอย่าง ให้ทดลองชิม สินค้าและแนะนําวิธีการบริโภค นอกเหนือจากการ ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ อาทิ โทรทัศน์ และวารสารต่างๆ

ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารรายสำคัญของโลก และมี ระบบควบคุม มาตรฐานความปลอดภัย สินค้า อาหารเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก โดยเฉพาะปลาบด ไก่ และผลไม้ ซึ่ง เป็นอาหารที่มี คุณสมบัติ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ นับเป็นจุดแข็ง สำคัญใน การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑอ์าหารผู้สูงอายุที่นำเข้าจากไทยได้เป็นอย่างดีรวมถึงการ ส่งออกวัตถุดิบต่างๆ เพื่อใช้ในร้านอาหารหรือใช้ในสถานพยาบาลสําหรับ ผู้สูงอายุอย่างไรก็ตาม ผู้ ส่งออกพึงระลึกว่าราคาเป็นหัวใจสำคัญที่ชาวไต้หวันใ้ห้ความสำคัญในลำดับ ต้นๆ ขณะที่คุณภาพและบรรจุภัณฑ์เป็นปัจจัยสำคัญที่จะพิจารณาในลำดับถัดมา


author

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ณ นครซิดนีย์ (ออสเตรเลีย)

กรมส่งเสริมการค้า
ระหว่างประเทศ