13 มิถุนายน 2561

สังคมผู้สูงอายุกับโอกาสของผู้ประกอบการไทยในตลาดแรงงานเยอรมนี

ในโลกปัจจุบันพัฒนาการด้านเทคโนโลยรและการแพทย์มีความก้าวหน้าส่งผลให้ประชากรชาวโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีอายุยืนยาวขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็นำมาซึ่งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อันเป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ยิ่งไปหว่านั้น อุตตราการเกิดที่น้อยลงในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้ทำให้ประเทศในกลุ่มดังกล่าว มีประชากรในวัยทำงานลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานในะบบเศรษฐกิจภายในประเทศนั้นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตามหลักเกณฑ์ของสหประชาชาติ (Population Division ของ United Nations-UN) มีประเทศต่างๆที่กำลังเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” (ซึ่งหมายถึงมีประชากรอายุมากกว่า 65 ปี ในสัดส่วน 7% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ) อาทิ เกาหลีใต้ ไทย อินเดีย และ แม็กซิโก และมีประเทศที่กำลังเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอยุโดยสมบูรณ์” (มีประชากรอายุมากกว่า 65 ปีในสัดส่วน 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศในยุโรปหลายประเทศ
เยอรมนี เป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังเข้สู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยในปี 2560 แม้การจ้างงานในเยอรมนีจะเพิ่มขึ้นจากปี 2559  ถึง 6.38 แสนตำแหน่ง ทำให้มีการจ้างงานรวมกว่า 45 ล้านตำแหน่งซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่การรวมประเทศเมื่อปี 2553 แต่กลับพบว่ากลับมีหลายสาขาอาชีพที่ขาดแคลนแรงงานอย่างมหาศาล โดยข้อมูลจาก สถาบันวิจัยตลาดแรงงานอาชีพ (Institution Fur Arbeitmarke-und Berusforschung-IAB) ของเยอรมนีระบุว่า เยอรมนียังคงขาดแคลนแรงงานที่ใช้ทักษะเฉพาะทางหือผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ช่างอิเล็กทรอนิกส์เชิงกล (Mechatronics) นักคณิตศาสตร์ นักเศรษศาสตร์ นักบัญชี เจ้าหน้าที่การตลาด วิศวกร IT นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ดูแลผู้สูงอายุซึ่งเป็นอาชีพที่ขาดแคลนมากที่สุดใน 16 รัฐของเยอรมนี กล่าวคือ มีตำแหน่งที่ว่างอยู่ 100 ต่อผู้ว่างงานเพียง 30 คน เท่านั้น โดยสถิติระบุว่า นายจ้างต้องใช้เวลาเฉลี่ยกว่า 170 วัน หรือเกือบครึ่งปี เพื่อสรรหาแรงงานมาทำงานดังกล่าว 1 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนีหลายแห่ง เช่น Deutsche Instiution fur Wirtschaftsforschung (DIW) และ lfo Munich ยังคาดด้วยว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานจะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากจำนวนแรงงานในเยอรมนียังคงมรแน้วโน้มลดลงทุกปีตามจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น และอัตตราการเกิดขึ้นที่ลดลง ประกอบกับแรงงานทักษะจากต่างประเทศที่เข้ามาทำงานในเยอรมนียังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งจะส่งกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต
วิกฤติการขาดแคลนแรงงานดังกล่าวของเยอรมนีกลับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุอย่างน้อย 2 ประกอบการ คือ 
1.แรงงานไทยที่ทำงานอยู่แล้วในเยอรมนี และแรงงานในสาขาดังดังกล่าวในประเทศไทยสามารถพิเจารณาเข้าประกอบอาชีพเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุในเยอรมันนีได้มากยิ่งขึ้น แต่ผู้ที่สนใจจะประกอบอาชีพดังกล่าวจะต้องเพิ่มพูนทักษะความเชี่ยวชาญที่จำเป็นเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งศึกษากฏระเบียบของทางการเยอรมนีอย่างรอบคอบ เพื่อให้การประกอบอาชีพดูแลผู้สูงอาชีพในเยอรมนีได้
2.การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุชาวเยอรมนีเดินทางใช้ชีวิตบั้นปลายชีวิตบั้นปลายที่ประเทศไทยรวมทั้งเดินทางมารับบริการสุขภาพในประเทศไทยในรวมทั้งเดินทางมารับบริการสุขภาพในประเทศไทยก็นับเป็นอีก 1 ช่องทางหนุ่งที่ผู้ประกอบการการไทยสามารถได้ประโยชน์จากการขาดแคลนแรงงานในเยอรมนีได้ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)
แม้ปรากฎการ์เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะส่งผลกระทบในทางลบต่อจำนวนแรงงานทั่วโลก แต่วิกฤติดังกล่าวก็ยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย ดังนั้นผู้ประกอบการของไทย ดังนั้นผู้ประกอบการของไทยมีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพควรจะต้องเร่งคึกษาแนวโน้มดังกล่าวเพื่อหาลู่ทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของตนต่อไป นอกจากนี้ผู้ที่สนใจจะไปทำงานในต่างประเทศในกลุ่มอาชีพที่ขาดแคลน และมีศัพยภาพในกลุ่มอาชีพที่ขาดแคลนและมีศักยภาพในกลุ่มอาชีพเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ อาทิด้านการนวดไทย และด้านการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (สปา) สามารถเข้าไปปรึกษาถึงโอกาสการทำงานในต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือผู้ที่สนใจยังไม่มีทักษะดังกล่าวแต่ต้องการพัฒนาศัพยภาพเพื่อไปทำงานในต่างประเทศสามารถเข้าไปปรึกษาและเรียนรู้ที่จะฝึกอาชีพได้ที่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เช่นเดียวกัน เพื่อพัฒนาศัพยภาพกำลังแรงงานและผู้ประกอบกิจการให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก


author

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ณ กรุงเบอร์ลิน

กรมส่งเสริมการค้า
ระหว่างประเทศ