เทคนิค 10 ข้อ ผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ดูแลควรรู้

เทคนิค 10 ข้อการเปลี่ยนแปลงของผู้ดูแลควรรู้ ?
โดยทั่วไปผู้ป่วยสูงอายุจะมีลักษณะทางเวชปฏิบัติ ตลอดจนการดูแลรักษาต่างไปจากผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า พอจะสรุปได้เป็นสาระสำคัญดังต่อไปนี้

1.การมองเห็น
ผู้สูงอายุจะมีการมองเห็นที่ลดลง เนื่องจากสายตาที่ยาวขึ้น ดังนั้นการตรวจสายตาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ผู้สูงอายุจึงไม่สามารถมองเห็นอะไร ใกล้ๆ ได้ชัด เราจึงมักเห็นผู้สูงอายุต้องใส่แว่นตา อีกทั้งผู้สูงอายุบางท่านมีปัญหาสายตาสั้นด้วย แว่นตาปัจจุบันเลยมีเลนส์สองอัน คือแบบไว้มองใกล้ และมองไกลความสำคัญของผู้ดูแลคือ ปัญหาสายตาที่ทำให้การมองเห็นแย่ลง ทำให้มีโอกาสหกล้มมากขึ้น ดังนั้นการจัดวางแว่นตาให้หยิบใส่ได้สะดวก หรือ การจัดความสว่างของแสงไฟให้เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงในการหกล้มได้ 

2.การได้ยิน
เมื่ออายุมากขึ้นทุกๆ อย่างก็จะหย่อนยานไปหมด มีอย่างเดียวที่ยัง “ตึง” อยู่นั่นก็คือ “หูตึง”นั่นเอง การได้ยินจะลดลงเรื่อยๆ สิ่งที่น่าสนใจคือความสามารถได้ยินเสียงสูงๆ จะลดลง ดังนั้นการสื่อสารกับผู้สูงอายุควรใช้เสียงต่ำ ในการพูดคุย การเร่งเสียงตะโกนจะทำให้เสียงสูงขึ้นและการได้ยินยากขึ้น เกร็ดความรู้สำหรับผู้ดูแล พูดกับผู้สูงอายุด้วยเสียงต่ำ พูดช้าๆ เว้นวรรคให้ชัดเจนการพูดโดยให้ผู้สูงอายุเห็นปาก และสบตาจะทำให้การเข้าใจดีขึ้นกรณีผู้สูงอายุไม่เข้าใจ ไม่ต้องตะโกนเร่งเสียงขึ้น แต่ควรเปลี่ยนรูปประโยคหรือคำศัพท์มองหาสาเหตุอื่นๆ
ในกรณีที่การได้ยินลดลง

3.กล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อในร่างกายจะมีปริมาณมากที่สุดในช่วงวัยประมาณ 30  ปีจากนั้นมวลกล้ามเนื้อจะลีบลงเรื่อยๆ สิ่งที่ผู้ดูแลควรรู้คือ กล้ามเนื้อเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากกับความฟิตของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุที่ยังกระฉับกระเฉง ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ กับผู้สูงอายุที่แก่หง่อมติดบ้านนั้น วัดกันที่มวลกล้ามเนื้อนั่นเอง ถ้าผู้สูงอายุนอนติดเตียงเป็นเวลานานกว่า 1 วัน กล้ามเนื้อจะมีการฝ่อตัวลงทันที ทำให้หลายครั้งเราจะพบว่า
ผู้สูงอายุที่เข้าโรงพยาบาล 1 สัปดาห์หากไม่ได้กายภาพ หรือเคลื่อนไหวเลย หลายครั้งทำให้เกิดอาการอ่อนแรงกลายเป็นคนติดเตียงทันทีเกร็ดความรู้สำหรับผู้ดูแลเราควรรักษามวลกล้ามเนื้อของผู้สูงอายุ ควรกระตุ้นให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมเคลื่อนที่ และใช้กล้ามเนื้อหากผู้สูงอายุไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ ควรทำกายภาพพื้นฐาน เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อการรับประทานอาหารที่มีโปรตีน ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน

4.กระดูก
ความหนาแน่นของกระดูกจะเพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณอายุ 30 ปี จากนั้นจะค่อยๆ ลดลง ในผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน มวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกพรุนสูงกว่าผู้ชายเกร็ดความรู้สำหรับผู้ดูแลกระดูกพรุนทำให้การหกล้ม หรือกระแทกทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดกระดูกหักได้สูง ดังนั้นผู้ดูแลต้องคิดในใจเสมอว่าผู้สูงอายุทุกคนมีภาวะกระดูกพรุนผู้สูงอายุอาจมีส่วนสูงที่ลดลงจากกระดูกที่ทรุดตัวการรับประทานแคลเซี่ยมเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษามวลกระดูก ปริมาณแคลเซี่ยมที่เหมาะสมคือ
1,000-1,500 มก/วัน 

5.หัวใจ
การบีบตัวของหัวใจเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายจะลดลง ทำให้ผู้สูงอายุเหนื่อยได้ง่ายกว่าปกติ และในกรณีมีการเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว เช่นการลุกขึ้นยืนจากท่านั่งเร็วๆ อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืดเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอได้หลอดเลือดหัวใจก็มีการหนาตัวมากขึ้นจากการสะสมไขมัน ทำให้มีโอกาสตีบตันได้ง่ายขึ้นเกร็ดความรู้สำหรับผู้ดูแลผู้ดูแลควรให้ผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงอริยาบทอย่างช้าๆ เพื่อให้หัวใจสามารถทำงานบีบเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้เพียงพออาการเจ็บแน่นหน้าอกในผู้สูงอายุ ผู้ดูแลจะต้องระวังไว้เสมอว่าอาจ
เป็นอาการแสดงของภาวะโรคหัวใจ 

6.ผิวหนัง
ต่อมเหงื่อของผู้สูงอายุจะฝ่อลดลง ทำให้ผิวแห้งได้ง่าย ทำให้เกิดอาการคันได้ผิวหนังจะบางลงทำให้เกิดแผลหรือจ้ำเลือดได้ง่าย
เกร็ดสำหรับผู้ดูแลควรทาโลชั่น หรือครีมบำรุงเพื่อรักษาความชุ่มชื้นไม่ให้ผิวแห้งการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุต้องระวังการเสียดสีที่ผิวหนัง
เพราะอาจทำให้เกิดแผล และนำไปสู่การติดเชื้อได้  

7.ระบบการหายใจ
เยื่อบุที่ทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรคมีจำนวนน้อยลง ทำให้มีโอกาสติดเชื้อที่ปอดได้ง่ายขึ้นความจุปอดลดลง ทำให้มีอาการ
เหนื่อยได้ง่ายขึ้น 

8.ระบบทางเดินอาหาร
ต่อมรับรสชาติของอาหารลดลง ต่อมน้ำลายลดลง ทำให้ผู้สูงอายุปากคอแห้งและรับรสชาติได้ไม่ดี ทำให้ความอยากอาหารลดลง เคี้ยวอาหารได้ไม่ดีกระเพาะอาหารบีบไล่อาหารได้ช้าลง ทำให้อิ่มง่าย ท้องอืดเฟ้อได้ง่าย 

9.ระบบทางเดินปัสสวะ
สำหรับชายสูงอายุมีต่อมลูกหมากโตขึ้น ทำให้ปัสสวะไม่ค่อยพุ่ง ต้องเบ่งนาน และรู้สึกขัดเวลาปัสสวะตื่นมาปัสสวะตอนกลางคืน เพราะความจุของกระเพาะปัสสวะลดลงเกร็ดสำหรับผู้ดูแลต้องจำกัดน้ำก่อนเวลาเข้านอน เพราะการที่ต้องตื่นบ่อยจะทำให้คุณภาพในการนอนลดลง 

10.ระบบประสาท
ความสามารถในการจำเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นไม่นานลดลง และมีความคิดช้าลง แต่ไม่รบกวนกิจวัตรชีวิตประจำวันเกร็ดสำหรับผู้ดูแลในกรณีที่การลืมมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต หรือ มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ควรไปพบแพทย์เพราะอาจมีภาวะสมองเสื่อม 

แหล่งที่มา: https://healthathome.in.th/blog/ผู้สูงอายุ-และการเปลี่ย/
#60plusproject #เทคนิค 10 ข้อ ผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ดูแลควรรู้

Shopping cart